ครม. อนุมัติผลการคัดเลือกเอกชน “กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์” (BSR Joint Venture:BSR JV) คว้างานโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีเหลืองของรฟม.
 
 
          นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุน (PPP Net Cost) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สำหรับ 2 โครงการนี้จะเป็นรถไฟฟ้าแบบโมโนเรล ซึ่งผู้ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture:BSR JV) ประกอบด้วย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS), บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) โดยให้เอกชนร่วมลงทุนเป็นเวลา 33 ปี 3 เดือน ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และมีระยะเวลาเดินรถ 30 ปี
 
 
         ทั้งนี้ หลังจากเริ่มเปิดให้บริการ รฟม.จะต้องจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธาให้แก่ BSR JV สำหรับสายสีชมพูในช่วง 10 ปีแรกปีละ 2,250 ล้านบาท ค่าจัดสรรค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ 6,847 ล้านบาท รวมเป็น 29,347 ล้านบาท
 
 
          ส่วนสายสีเหลืองนั้นจะต้องจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธาให้แก่ BSR JV ปีละ 2,505 ล้านบาท ค่าจัดสรรค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ 6,013 ล้านบาท รวมเป็น 31,3063 ล้านบาท นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ เห็นควรให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการดำเนินการเพื่อจัดให้มีการใช้ระบบตั๋วร่วม (Common Ticket) และการใช้อัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) โดยเร็ว
 
 
          ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้ารถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม.วงเงิน 53,519.50 ล้านบาท และสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กม. วงเงิน 51,931.15 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการมาตรา 35 แห่งพ.ร.บ.ร่วมทุนเอกชนฯ พ.ศ. 2556 เสนอ และอนุมัติให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบรายจ่ายประจำปี ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีเกินกว่า 5 ปี ซึ่งทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะดำเนินการตามขั้นตอน
 
 
 
          นอกจากนี้ ทางรฟม. ได้กำหนดในทีโออาร์ ซึ่งผู้ได้รับคัดเลือกได้เสนอ สายสีชมพูต่อเข้าเมืองทองธานี ส่วนสีเหลืองแยกมาเชื่อมสายสีเขียว โดยไม่ได้เป็นเรื่องที่อยู่ในกรอบครม.ที่เคยอนุมัติเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 59 และเมื่อเปิดให้เอกชนมีข้อเสนออื่นได้ ดังนั้นจึงได้ตัดออกจากแนบท้ายร่างสัญญาหลัก โดยนำมารวมไว้ในสาระสัญญา เรื่องข้อเสนอนั้นให้รฟม.และเอกชนทำการศึกษาเหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ56
 
 
 
          นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รักษาการผู้ว่า รฟม. กล่าวว่าได้ตัดตัวสัญญาแนบออก แต่จะใส่ไว้เป็นข้อเสนอเพิ่มเติมในสัญญาหลัก โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายให้เสร็จก่อน โดยศึกษารายละเอียด ความเหมาะสม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และวิเคราะห์โครงการตามพ.ร.บ.ให้เอกชนร่วมลงทุน จากนั้นจึงมาพิจารณาหากเห็นว่าเหมาะสม มีประโยชน์ต่อโครงการ สามารถเจรจาภายหลัง
 
 
 
 
ที่มา : ดีดี พรอพเพอร์ตี้  วันที่  31  พฤษภาคม  2560